อาชญากรรม

"อดีตนักร้องสาว" วัย 56 ปี ยื่นเอกสารเพิ่มฟ้องนายพล ข่มขืน

19 ส.ค. 2562 15:59 น.
ทนาย ระบุ "ศาลอาญาคดีทุจริตฯ" นัดฟังคำสั่ง พรุ่งนี้ 20 ส.ค.รับคดีไต่สวนหรือไม่ สาวพ้อ ร้องหลายหน่วยงานคดีไม่คืบ 19 ส.ค.62 - เมื่อเวลา 9.30 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นางเอ (นามสมมติ) อายุ 56 ปี อดีตดาราและนักร้อง เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติมคำฟ้อง

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ได้ยื่นฟ้อง นายทหารรายหนึ่ง ยศ "พลเอก" เคยเป็นผู้บัญชาการกองพลแห่งหนึ่ง ในข้อหา ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันพาหญิงอื่นไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา โดย "นายเมธี ทองเต่าอินทร์" ทนายความโจทก์ กล่าวว่า วันนี้เรามาเดินทางยื่นเอกสารคำฟ้องเพิ่มเติม เนื่องจากครั้งที่แล้วในส่วนบรรยายฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.) ศาลก็นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคคำฟ้องว่าจะรับคำฟ้องนี้ไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ โดยคดีนี้มายื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เนื่องจากตามประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 2 มีคำสั่งชัดเจนว่าเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย

ซึ่งมียศตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไป ซึ่ง คสช.แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง โดยจำเลยมียศถึง พลเอกจึงเข้าข่าย ส่วนที่ถามว่าคดีนี้เป็นล่วงละเมิดทางเพศเหตุใด จึงมาร้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ "นายเมธี" ทนายความ กล่าวว่าข้อกฎหมายตรงนี้อยู่ในบรรยายฟ้อง ขอปิดไว้ก่อนแต่มีข้อสังเกตว่าผู้กระทำนั้น ได้กระทำขณะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ราชการถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ผ่านมาเคยไปยื่นฟ้องศาลอาญาแต่ทางศาลอาญาแจ้งว่าให้มายื่นต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เราก็มายื่นฟ้อง “ในคดีนี้ที่สำคัญ คือผู้เสียหายไปยื่นขอความช่วยเหลือต่อกองทัพบก รับเป็นหนังสือแล้ว แต่คดีไม่คืบ ผมอยากฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็น รมว.กลาโหม ดูแลผู้เสียหายรายนี้หน่อย เพราะเป็นเรื่องที่ทหารเข้ามากระทำกับประชาชน ในขณะที่ คสช.ได้เข้ามากุมอำนาจ”

ทนายความกล่าว ด้าน "นางเอ" โจทก์ กล่าวว่า ที่ได้รู้จักกับนายพลคนดังกล่าวเนื่องจากไปขอความช่วยเหลือใน ยุค คสช.เกี่ยวกับเรื่อง 3 แม่ลูกแล้วตนจะโดนอุ้ม โดยได้รู้จักกับนายพลผู้ก่อเหตุเสมือนพี่น้องเชื่อใจกันจึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ตนไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจและได้ทำสำนวนยื่นฟ้องไปที่ศาลทหารแต่คดีก็กลับเงียบ ตนเคยไปยื่นร้องเรียนที่กองทัพบกเรื่องก็ไม่คืบกลับโดนบอกมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวมีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารมาที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามกักขังหน่วงเหนี่ยว

กระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาก็มีรถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์มาที่หน้าบ้าน ซึ่งบ้านตนมีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้แล้ว คดีนี้ล่วงเลยมาเกินปี ไม่มีความคืบหน้าถามตำรวจก็เงียบ บางครั้งก็โดนข่มขู่ด้วย เราก็เพิ่งทราบว่ากองปราบไม่รับเรื่องของเรา เราก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่รับ “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงราวปี 2560 ทั้งที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายพลคนดังกล่าว แต่ปัจจุบันนี้นายพลคนดังกล่าวซึ่งขณะนั้นยศพลตรี ตอนนี้กลับได้เลื่อนเป็นพลเอกมีหน้ามีตาในสังคม แต่ตนกลับต้องทุกข์ทรมานโดนกดดันข่มขู่ ก่อนหน้านี้ไปตามคดีก็มีตำรวจที่เป็น 1 ในผู้ทำคดีที่เขาอึดอัดเล่าให้ฟังว่ามีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซงโดยคนที่ทำคดีของตน ถ้าทำแล้วเกิดแง่บวกกับผู้ก่อเหตุก็จะได้เลื่อนยศ 2 ขั้นแต่ถ้าทำคดีเป็นทางลบกับนายพลคนดังกล่าวก็จะถูกย้าย พี่ก็หวังจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลจึงมายื่นฟ้อง”

อาชญากรรม