อาชญากรรม

ศาลสั่งจำคุกสูงสุด 19ปี 'แก๊งโจ๋' บุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ จ่ายค่าเสียหายนับแสน

30 ก.ย. 2562 15:31 น.
ศาลอาญาธนบุรี พิพากษาจำคุก 22โจ๋ บุก ร.ร.มัธยมวัดสิงห์ฯ โทษจำคุก 13-19 ปี รอการลงโทษ 2 ปี สั่งชดใช้เงินผู้เสียหายนับแสน

สรุปคดีหมายเลขดำที่ อ๓๙๙/๒๕๖๒  


โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒


คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลาประมาณ ๑๔..๓๐ นาฬิกา ขณะที่ มีการสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์จำเลยทั้งยี่สิบสองคนร่วมกันกระทำความผิดฐานมั่วสุม ตั้งแต่สิบคนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายรวม ๑๕ คน ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของผู้เสียหาย๒ ราย ร่วมกับข่มขืนใจ ผู้อื่นฯ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลในวัด และจำเลยที่๒กระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร


จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง๒คนที่เหลือให้การรับว่าเข้าไปในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ บางคนปฏิเสธว่ามิได้ร่วมกับจำเลยคนอื่นบางคนปฏิเสธว่ามิได้ใช้กำลังประทุษร้ายทั้งหมดปฏิเสธข้อหามั่ว สุมเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านมือง แต่ละคนรับสารภาพบางข้อหาแตกต่างกัน จำเลยทุกคน ยกเว้นจำเลยที่ ๑๖ รับว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลในวัด แต่ระหว่างสืบพยาน จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง เพิ่มอีก ๔ คนรวมรับสารภาพตามฟ้อง ๖คน และผู้เสียหายรวม๔รายยื่นคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน


ศาลสืบพยานโจทก์รวม๓๓ปากสืบพยานจำเลยรวม๑๘ปาก และสืบพยานผู้ร้อง ๔ ปาก แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงสรุปความว่าจำเลย๖คนที่ให้การรับสารภาพมีความผิดตามฟ้อง จำเลยที่ไม่มีพยาน โจทก์เบิกความถึง๖คนกั้งไมได้ข้อเจจริงว่าร่วมกับจำเลยคนอื่นในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ไม่ปรากฏ ว่าถูกชี้ตัวจากผู้เสียหายคนใด คงมีเพียงภาพจากกล้องวีดิโอวงจรปิดว่าเข้าไปภายในโรงเรียน จึงฟังไม่ได้ว่า กระทำความผิดในข้อหาอื่นยกเว้นข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลในวัดที่ให้การรับสารภาพเท่านั้น คงเหลือจำเลยอีก ๑๐ คน ซึ่งมีพยานโจทก์เบิกความยืนยันในชั้นศาล สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวน บันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาและบันทึกการชี้ตัวของพยานซึ่งได้กระทำในทันทีทันใดหลังเกิดเหตุจึงน่าเชื่อถือรับฟังได้ว่าจำเลยบางคนทำร้ายร่งกาย บางคนทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนบางคนไล่ครูคุมสอบและนักเรียนออกจากห้องสอบ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่รับสารภาพ๖คนและที่ฟังได้ความดังกล่าว อีก ๑๐ คน รวม ๑๖คนได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตั้งแต่ทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียนขึ้นไปบนอาคาร๓ขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนให้ออกจากห้องสอบ ทำร้ายครูคุมสอบและนักเรียน รวมถึงทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนและผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำเพื่อไปสู่เจตนา ร่วมกันของจำเลยทั้งหมดคือการก่อควมวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียนเพื่อขัดขวางการสอบ

 

เพื่อตอบโต้ที่ จำเลยทั้ง ๑๖ คนไม่สามารถใช้เครื่องเสียงในงานบวชได้ เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้วจำเลยทั้ง ๑๖คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้ชิดกันต่างกระทำควมผิดในลักษณะเดียวกันและกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง ๑๖ คนเป็นตัวการร่วมกันดังนี้ เมื่อตัวการคนใดคนหนึ่งไปกระทำความผิด 

ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย โดยถือเอาการกระทำและเจตนาของตัวการผู้กระทำความผิดนั้นป็นของตนในส่นฐานความผิดนั้นเห็นว่ การร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ก็เพื่อเข้าไปมั่วสุมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในโรงเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง โดยใช้วิธีขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนให้ออกจากห้องสอบอันเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นฯ

ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เมื่อครูคุมสอบหรือนักเรียนขัดขืนจำเลยบางคนจึงทำร้ายครูผู้คุมสอบหรือนักเรียนนั้น ๆ หรือทำลายทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหาย นับว่าเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนั้นหาใช่เจตนาแต่เดิมตั้งแต่ต้น

จึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรมกัน เมื่อจำเลยแต่ละคนลงมือกระทำความผิดภายในเจตนาร่วมกันนี้ตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่นจึงต้องรับผลของการกระทำความผิดเสมือนเป็นเจตนาและการกระทำของตนด้วย สรุปรวมผู้เสียหาย ๑๗รายคือโรงเรียนดรายและผู้เสียหายอื่น ๑๖ราย ในส่วนผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายขณะบุกรุกซึ่งเป็นกรรมเดียวกับข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ๒ ราย ถูกทำร้ายภายในโรงเรียน ดาราย แต่มีผู้เสียหาย๒รายขณะถูกทำร้ายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เป็นความผิด


ฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกระทงหนึ่งซึ่งมีโทษหนักกว่าจึงให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ และมีผู้เสียหาย ๑ ราย ถูกผลักหน้าอกไม่ถึงกับเป็นหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย และถูกกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ๑ ราย ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง๑๖คนฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ๑ กรรม ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ๑๐ กรรมร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย๑กรรม ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ๔ กรรมและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลในวัด ๑ กรรม เมื่อเพิ่มโทษจำเลยที่มีประวัติการกระทำความผิด และลดโทษที่ให้การรับสารภาพในแต่ละข้อหา 
แยกกันไปแล้ว จำเลยแต่ละคนได้รับโทษจำคุกดังนี้


จำเลยที่ ๑และที่๑๘จำคุกคนละ ๑๕ปี๑๑ดือน จำเลยที่๒ จำคุก๑๗ปี๕ เดือน จำเลยที่๓จำคุกด๓ปี๒ดือน๑๕วัน จำเลยที่๔ที่๑๐ที่๑๒และที่๑๕ จำคุกคนละ ๑๘ปี ๑๑ เดือน จำเลยที่๗และที่๙ จำคุกคนละด๓ปี๗ดือน๑๐วัน จำเลยที่๑ดจำคุก๑๓ปี ๑๐ เดือน ๑๕วันจำเลยที่ด๓จำคุกด๑ปีด๐ดือน๑๕วัน จำเลยที่๑๔จำคุก๑๓ปี๖เดือน๒๐วัน จำเลยที่ ๑๗ จำคุก ๑๙ ปี ๓ เดือน จำเลยที่๑๙จำคุก๑๔ปี๑๐ดือน๒๒วัน จำเลยที่๒๐จำคุก๑๖ปี๔ เดือน๒๒วัน จำเลยที่๕ที่๖ที่๘ที่๒๑และที่๒๒จำคุกคนละ๒ดือนและปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้๒ปี ให้จำเลยที่๑ถึงที่๔ที่๗ที่๙ถึงที่๑๕และที่๑๗ถึงที่ ๒๐ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ ๑โรงรียนจำนวน ๓๕,๔๐๐ บาทและแก่ผู้เสียหายที่ ๑๖ จำนวน ๕๖,๑๔๐๕๐ บาท ให้จำเลยที่๑ถึงที่๔ที่๗ที่๑๐และที่๑๒ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่๑๐จำนน ๓๕,๗๓๗บาทและให้จำเลยที่๑๕และที่๑๗ ร่วมกันชดใช้ค่สินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ ๑๒จำนวน ๕๕,๓๕๒๕๐ บาทยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑๖ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ไห้ยก.

.

tags :

อาชญากรรม