คุณภาพชีวิต

ตั้งคณะกรรมการกลางแก้ปัญหาหักหัวคิวคนพิการ

3 ต.ค. 2562 08:54 น.
ความพยายามของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการที่ถูกหักหัวคิวค่าจ้างงานและสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมาย ถึงขั้นออกเดินเท้าจากจังหวัดกาฬสินธุ์ถึงกรุงเทพฯ ระยะทาง 600 กิโลเมตร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาเหลียวแลและจัดการคนที่โกงคนพิการนั้น ถึงวันนี้ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วระดับหนึ่ง หลังจากได้รับการประสานงานจากรัฐบาลให้ตั้ง "คณะกรรมการกลางแก้ไขปัญหาหักหัวคิวคนพิการ" รายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี

ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ นายปรีดา ลิ้มนนทกุล พร้อมผู้พิการและกลุ่มตัวแทนผู้ดูแลคนพิการทางสติปัญญา เข้าหารือกับกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เพื่อหาช่องทางจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาทุจริตหักหัวคิวคนพิการ 

การหารือกันครั้งนี้เกิดจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายสุภรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรับเรื่องร้องเรียนและพุดคุยกับคนพิการที่เดินเท้าเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการคนทุจริตหักหัวคิวคนพิการ ก่อนบรรลุข้อตกลงให้ตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาแก้ไขปัญหา 

 

นายปรีดา บอกว่า "คณะกรรมการกลาง" ที่จะตั้งขึ้นนี้ จะมีตัวแทนจากฝั่งคนพิการ 14 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความรู้ ก็หวังว่ารัฐบาลจะมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพราะหากการดำเนินการไม่คืบหน้า หรือไม่จริงใจ ก็จะมีการเดินขบวนกันต่อ ขณะที่ นายสุภรณ์ บอกว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำตามนโยบายของนายกฯที่ได้กำชับมาก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการกลางจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและเอกสารต่างๆ เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อมอบความเป็นธรรมให้ทุกฝ่ายต่อไป 

 

ท่ามกลางข่าวดี ก็มีผู้ที่ออกมาท้วงติงเช่นกัน คือ ประธานเครือข่ายส่งเสริมอาชีพคนพิการไทย นายณัฐพล ลาภเกิน ออกมาบอกกับเนชั่นทีวี ว่า หลังจากมีการเคลื่อนไหวและนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการหักหัวคิวคนพิการ ทำให้เครือข่ายของตนถูกปฏิเสธโครงการจ้างงานคนพิการจากสถานประกอบการบางแห่ง เนื่องจากผู้ประกอบการเกรงว่าจะมีการหักหัวคิวหรือทุจริตกันตามที่เป็นข่าว ทั้งๆ ที่สิ่งที่ นายปรีดา ประธานเครือขายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการออกมาให้ข้อมูลกับสื่อนั้น เป็นข้อมูลเกินจริง โดยเฉพาะที่อ้างว่ามีเม็ดเงินทุจริตต่อปีสูงถึง 1,500 ล้านบาท เพราะเท่าที่ตนศึกษาข้อมูลมา การจ้างงานคนพิการใช้เงินไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่อยู่ที่หลักสิบล้านบาทเท่านั้น / จึงขอเตือนว่าถ้าสถานประกอบการไม่มีความเชื่อมั่นในองค์กรคนพิการ ต่อไปอาจไม่มีการจ้างงานตามกฎหมาย และทำให้ผู้พิการต้องกลับไปประกอบอาชีพขอทานในที่สุด
 

คุณภาพชีวิต