พายุฝนถล่ม "ร้อยเอ็ด" ต้นไม้ล้มระนาว

8 ก.ย. 2561 15:25 น.
ร้อยเอ็ด-พายุฝนพัดถล่มร้อยเอ็ด กลางดึก ต้นไม้ใหญ่ล้มจำนวนมาก หลายต้นล้มพาดถนนสายหลัก รถทัวร์ต้องเลี่ยงเส้นทาง จนติดหล่ม ขณะที่ต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้าน และโรงเรียน 2 แห่ง ต้นไม้ล้ม ทับบ้านพักครู หลายหลัง บาดเจ็บนับสิบเสียชีวิต 1 ราย และรถยนต์พังเสียหายหลายคัน

             พายุฝนที่พัดเเรง ท่ามกลางฝนตกหนักกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ปรากฏว่าต้นไม้ใหญ่ริมถนนสายร้อยเอ็ดอำเภอธวัชบุรีระยะทางหลายกิโลเมตรมีต้นไม้ใหญ่ล้มนับสิบต้น   ถนนสัญจรเป็นไปด้วยความลำบาก เจ้าหน้าที่ อปพร.และป้องกันบรรเทาสารภัยได้เร่งเคลียร์ต้นไม้ออกจากถนน ในขณะที่มีรถบัสโดยสารสายกรุงเทพ-อุบล ที่เลี่ยงเส้นทางเสียหลัก ตกถนนแต่โชคดีที่ผู้โดยสารประมาณ 30 คนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่ ต้นไม้ใหญ่ ในเขตบ้านนิคม หมู่ 17  ตำบลนิเวศน์อำเภอธวัชบุรี ถูกลมพายุพัดล้มจำนวนมากจนผู้ใหญ่บ้าน บ้านนิคมหมู่ 17 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี  นายพงศ์เพชร ศีลวัตร เร่งสำรวจความเสียหายและผลกระทบจากพายุ พบบ้านเรือน ของนางสาวสมัย พวงพิลา 25 หมู่ 17 ต.นิเวศน์ ถูกต้นยางทับบ้านเรือนเสียหาย แต่โชคดีเจ้าของบ้านไม่ได้รับบาดเจ็บ

          ส่วนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี นายพะโยม ประเสริฐสังข์ และคณะครู เร่งสำรวจความเสียหาย ภายในโรงเรียน หลังจากโดน พายุฝนพัดถล่มกลางดึก อย่างที่ไม่เคยพบว่ามีต้นไม้ใหญ่ ที่เป็นไม้ยาง ขนาดใหญ่ 7 ต้น ล้มทับบ้านพักครู พังเสียหาย 3 หลัง มีรถยนต์ถูกทับเสียหาย 2 คัน และบ้านหลังที่เสียหายมากที่สุด คือบ้านของนายอภิชาติ ปัญญาแก้ว ซึ่งเป็นอาจารย์ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี ที่พายุพัด ต้นไม้ล้มทับบ้าน เสียหายทั้งหลัง คนในบ้านทั้ง 4 คน คือนายอภิชาติ ปัญจะแก้ว นางสุจินดาปัญจะแก้ว เด็กหญิงสุจินดา ปัญจะแก้ว นายอภิวัฒน์ ปัญจะแก้ว ถูกบ้าน ล้มทับ ได้รับบาดเจ็บ เพียงเล็กน้อย ในขณะที่รถยนต์ ในบ้าน ที่มี 2 คัน ซึ่งรถกระบะ อีซูซุ สีบอร์นทอง ทะเบียน บว.870 ร้อยเอ็ด โดนต้นไม้ล้มทับเสียหายโดยสิ้นเชิง 1 คัน

          ในขณะที่รถอีกคัน เป็นรถตู้แวน สีบรอนซ์ทอง ยี่ห้อ เกีย(kia)ข้างรถเขียนว่ามูลนิธิเมืองไทยเกื้อกูล หมายเลขทะเบียน ออ.4389 กทม.ของอ.สอนภาษาอังกฤษ  เป็นรถที่จอดอยู่ข้างบ้านพักครู ภายในโรงเรียน ก็ถูกต้นไม้ล้มทับ พังเสียหายยับเยิน เช่นกัน

          นอกจากนั้น ที่โรงเรียนโสตศึกษา ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี  ซึ่งตั้งติดกับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี ต้นไม้ล้ม ทำเสาไฟฟ้า ขาดหลายจุด ในขณะที่ ต้นไม้ ใหญ่ ได้ล้มทับ บ้านพักนักการภารโรง ภายในโรงเรียนโสตศึกษา แล้วความเสียหายทั้งหลังเป็นเหตุให้นางเตือนใจ สมสา อายุ 57 ปี ภรรยาของนักการภารโรง ซึ่งทำหน้าที่ แม่บ้านภายในโรงเรียนถูกต้นไม้ทับเสียชีวิต ทันทีในบ้านพัก ในขณะที่คนอื่นได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

          ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้วในช่วงเช้า คณะครูในโรงเรียน 2 แห่ง ได้เร่งระดมกันแก้ปัญหาสำรวจความเสียหายและเคลียร์พื้นที่ ตัดและลากกิ่งไม้ออกจากเส้นทางสัญจร ภายในโรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง งานป้องกันบรรเทาสารภัยอำเภอ ได้เร่งสำรวจความเสียหาย รายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือ ตามขั้นตอน ต่อไป

       นายศักรินทร์ สวาทนา ปลัดอําเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอธวัชบุรี เปิดเผยว่า ภัยจากพายุฝนที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดขึ้นในพื้นที่ 7 ตำบล 39 ครัวเรือน คือตำบลหนองไผ่หมู่ 3 หมู่ 17 5 ครัวเรือน ตำบลนิเวศน์ หมู่ 16 หมู่ 14 และหมู่ 17 รวม 7 ครัวเรือน ตำบลเมืองน้อย หมู่ 9 จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลธงธานีหมู่ 8 จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลมะอึหมู่ 3 รวม 11 ครัวเรือน ตำบลบึงนคร หมู่ 3 และหมู่ 4 จำนวน 6 ครัวเรือน และตำบลธวัชบุรี หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 11 5 ครัวเรือน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 90 คน ใน 36 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน

อาชญากรรม