เกษตรจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม สื่อมวลชนสัญจร

11 ก.ย. 2561 19:40 น.
สุรินทร์- เกษตรจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม สื่อมวลชนสัญจร นำสื่อมวลชน และเกษตรกร ลงพื้นที่ เยี่ยมชม การดำเนินการ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและเป็นพื้นที่ปลูกพืชการเกษตรแบบ เกษตรทฤษฏีใหม่

             วันนี้( 11 ก.ย.2561) ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร บ้านหนองหลวงหมู่ที่ 3 ต.หนองหลวง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ว่าที่ร้อยตรี นรินทร์ แขมพิมาย เกษตรจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม สื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) นำสื่อมวลชน และเกษตรกร ลงพื้นที่ เยี่ยมชม การดำเนินการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและเป็นพื้นที่ปลูกพืชการเกษตรแบบเกษตรทฤษฏีใหม่ ซึ่งมีนาย ปรีดา จำปาหอม และ นางเจิมจิตร สังฆนันท์ ภรรยา เป็นเกษตรกรต้นแบบ ในการเรียนรู้

           เกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองหลวง ส่วนใหญ่ปลูกข้าว ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนสูง กำไรสุทธิต่ำ มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากกว่าการปลูกแบบผสมผสาน เกษตรกรได้หันมาปลูกพืชอื่นๆ ที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันแปรของสภาพแวดล้อมและราคาผลผลิต ในรูปแบบการจัดการพื้นที่การเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอโนนนารายณ์ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่ตำบลหนองหลวง มี นายปรีดา จำปาหอม ซึ่งเป็นเกษตรกรผันตนเองมาทำการเกษตรเพื่อยังชีพอย่างจริงจัง และประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพและสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการผลิตสินค้าเกษตร คือ กล้วยหอมทอง สู่เกษตรกรทั่วไปได้ โดยก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม ปี 2559 และ เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ของชุมชนในการผลิตสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยการทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการปลูก การปลูกและการดูแลกล้วยหอมทอง การปรับปรุงบำรุงดิน การเลี้ยงสัตว์เพื่อประโยชน์เกื้อกูล การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตน้ำหมักชีวภาพระบบให้น้ำพืชแบบ 2 in1 การปลูกมะนาวในวงบ่อ การเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี การเลี้ยงปลา ในบ่อดิน การปลูกพืชแบบผสมผสาน การปลูกข้าว การเพาะเห็ดบนแพลอยน้ำ การเลี้ยงปลาในกระชัง รายได้หลักได้จากผลผลิตในพื้นที่สวนจำนวน 6 ไร่ พืชผักสวน เป็นหลัก เช่น กระเพรา ขิง มะนาว ผักแขยง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู เสาวรส กล้วยหอมทอง

           นอกจากนี้ เกษตรกร ยังสามารถขายหน่อพันธุ์ กล้วยหอมทอง กล้วยนาค น้ำว้า หอมเขียว กล้วยตีนเต่า กล้วยส้ม เป็นรายได้อีกทางด้วย ตลาดหลักๆ คือร้านค้าชุมชนในหมู่บ้าน และลูกค้าที่เข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยน เยี่ยมชมสวนและยังมีเกษตรกร ที่ประสบผลสำเร็จการปฏิบัติตามแนวทางเครือข่ายเรียนรู้รูปแบบเกษตรทฤษฏีใหม่อีกหลายรายด้วยกัน มีนางปราณี สายธนู อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 7 / 2 หมู่ 3 ต.หนองหลวง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ อาชีพ พนักงานราชการ พื้นที่ทำการเกษตร แบบผสมผสาน จำนวน 2 ไร่ ปลูกกล้วยหอมทอง หอมคาเวนดีส กล้วยน้ำว้า 2 งาน แปลงนาข้าว ข้าวเหนียวอุบล 2 งาน ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และผักสวนครัว 2 งาน ขุดสระเก็บน้ำ 2 งาน จุดเด่นแปลงนี้ คือการทำการเกษตรแบบครบวงจร ปลูกเอง ขายเอง น.ส. อรทัย นิสัยเลิศ อายุ 32 ปี ที่อยู่ 129 หมู่ 5 ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ หนึ่งใน เกษตรกร Young Smart Farmer ของจังหวัดสุรินทร์ ที่ผันตัวเองจาก อาชีพดีเจ มาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ยึดรูปแบบของการจัดการพื้นที่การเกษตร “โคก หนอง นา โมเดล”และการทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        ว่าที่ร้อยตรี นรินทร์ แขมพิมาย เกษตรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชน และเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตร ประกอบกับ ในสภาวะปัจจุบันสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับปัญหาโรค แมลง และพื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบกับปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สิน และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ ในปี 2558 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มี แนวคิดในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชนและสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ในประเด็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต เทคโนโลยีการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม การบริหารจัดการ และการตลาด โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง จังหวัดสุรินทร์ มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร( ศพก.) ทั้งหมด17 ศูนย์ (อำเภอละ 1 ศูนย์) ทั่วประเทศรวม 882 ศูนย์

        ด้านนาย ปรีดา จำปาหอม อายุ 34 ปี เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพเกษตรแนวทางทฤษฏีใหม่ และได้ใช้พื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ เป็นไร่นาสวนผสม เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กล่าว ตนเองใช้พื้นที่ จำนวน 6 ไร่ แบ่งเป็นที่ทำนาปลูกข้าว พื้นที่ปลูกไม้ผล พื้นที่พืชผัก มะนาว พริก กล้วยหอม เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา มีบ้านที่อยู่อาศัย และศูนย์การเรียนรู้ฯ ปลูกพืชผักสวนครัว แทบทุกอย่าง แรงงานก็เป็นคนในครัวเรือน ช่วยกันทำงาน ผลผลิต พืชผัก ก็นำไปขายในหมู่บ้าน ไม่ได้นำไปขายที่ไหน มีร้านค้าในหมู่บ้าน วางแผนไว้ว่า ผลิตเพื่อขายในชุมชน ไม่ให้ล้นตลาด ก็ขายได้ทุกวัน รายได้วันละ 200 บาท ไม่มีหนี้สิน เพราะว่าแต่ของกินเราไม่ต้องไปชื้ออะไร ของเราปลูกพืชผัก กินได้ ทุกอย่าง หลักๆคือเราทำการเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ที่ทำรายได้หลักเลยคือจำหน่ายกล้วยหอม และพืชผักสวนครัว ทำรายได้ให้ทุกวัน

เศรษฐกิจภูมิภาค