สร้างโอกาส"การค้า-ลงทุน"ในพม่าให้นักธุรกิจไทย

14 ก.ย. 2561 16:25 น.
นครราชสีมา - สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียมา จัดประชุมสัญจรภาคอีสาน มีภาครัฐภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อเตรียมพร้อมนำกิจกรรมขยายผลไปสู่ประชาคมอาเซียน สร้างโอกาสการค้า การลงทุนให้นักธุรกิจไทย

         นครราชสีมา วันนี้ (14 ก.ย. 2561) เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา ได้จัดประชุมสัญจรเพื่อเปิดสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่ 1 (นครราชสีมา ขอนแก่น และสกลนคร) ขึ้น โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุม และมีพลเอกวิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา กล่าวให้การต้อนรับ ผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมประชุมกว่า 300 คน
 

 

 

       พลเอกวิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมในวันนี้ ได้พิจารณาบรรจุวาระการบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์และกลยุทธ์ เพื่อสร้างโอกาสในการค้าและการลงทุนในประเทศเมียนมา สำหรับนักธุรกิจไทย” โดยมีวิทยากรที่มีทักษะและประสบการณ์จากสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ซึ่งจะถ่ายทอดสาระสำคัญขององค์ความรู้ และขยายภาพในบริบททุกมิติของความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ในอันที่จะก่อให้เกิดความมั่นคง ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนไปด้วยกันทุกสถานภาพ เป็นการเตรียมความพร้อมในการนำกิจกรรมขยายผลไปสู่ประชาคมอาเซียน อาทิ การส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาตามแนวชายแดน

 

 

                                                                     พลเอกวิชิต  ยาทิพย์ 

 

          พลเอกวิชิต กล่าวอีกว่า เป็นการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การค้า การลงทุน ความร่วมมือทางด้านแรงงาน ความร่วมมือทางวัฒนธรรม และการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยกุศโลบายที่ไทยมีเทคโนโลยีและทุน บูรณาการกับเมียนมา ที่มีทรัพยากรธรรมชาติและแรงงาน ทั้งนี้ทั้งสองประเทศมีศูนย์รวมแห่งจิตใจในการมีความศรัทธานับถือศาสนาพุทธ เป็นแรงขับเคลื่อนให้บรรลุซึ่งผลประโยชน์ที่ทัดเทียมกัน โดยทางสมาคมฯ ตระหนักดีว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ที่มีความสำคัญ คือมีทรัพยากรธรรมชาติ มีกำลังการผลิตสินค้า ทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่มีคุณภาพพร้อมในการส่งออก

         "รวมทั้งได้ทรัพยาบุคคลที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการทุกสาขาอาชีพ ผนวกกับการผนึกพลังร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวที่มีความมั่นคง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงได้เชิญบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป มาร่วมประชุม เพื่อการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนทัศนคติและวิสัยทัศน์ เป็นการสร้างแนวคิดและข้อมูลใหม่ ที่จะเป็นแนวทางให้กับสมาคมฯ นำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง" พลเอกวิชิตฯ กล่าว


 

        สำหรับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา เป็นองค์กรเอกชน พัฒนาที่มีบทบาทในการบริหารจัดการองค์การ ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความผาสุก และความมั่นคงให้เกิดกับประชาชนชาวไทย และชาวเมียนมาอย่างเสมอภาค ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2544 รวมระยะเวลา 17 ปีแล้ว โดยปฏิบัติภารกิจส่งเสริมกิจกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบันได้ขยายสาขาไปในทุกภาค ถึง 21 สาขา ได้แก่ ภาคเหนือ ประกอบไปด้วย สาขาเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และแม่สอด ภาคกลาง ประกอบไปด้วย สาขากาญจนบุรี พระเจดีย์สามองค์ พุน้ำร้อน ราชบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และเพชรบุรี ภาคใต้ ประกอบไปด้วย สาขาประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา และภูเก็ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบไปด้วย สาขานครราชสีมา ขอนแก่น สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี.
 

 

เศรษฐกิจภูมิภาค