จังหวัดศรีสะเกษ เปิดกู่แก้ว อายุ 500 ปีขึ้น เป็นนวัตวิถี OTOP ท่องเที่ยว

20 ก.ย. 2561 16:04 น.
ศรีสะเกษ- จังหวัดศรีสะเกษ เปิดกู่แก้วสี่ทิศ อายุมากกว่า 500 ปี เป็นชุมชนการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ท่ามกลางฝูงลิงนับพันตัวที่เชื่องต่อมนุษย์ กลางดงต้นยางนาใหญ่ขนาด 12 คนโอบ สะพานไม้ไผ่ศึกษาธรรมชาติป่า ที่อยู่ของลิง

        วันที่ 20 กันยายน 2561 ที่หมู่บ้านหว้าน หมู่ที่ 2 หมู่บ้านโนน หมู่ที่ 12 ตำบลหว่านคำ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้าน ผู้นำหมู่บ้าน กลุ่มเยาวชนคนบ้านหว้าน - บ้านโนน ได้รวมพลังกันจัดเปิดงาน เปิดอุทยานกู่แก้วสี่ทิศ ดงฝูงลิงป่า ที่เข้ามาอาศัยอยู่ตามธรรมชาตินับพันตัว ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี เป็นชุมชนการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ท่ามกลางฝูงลิงนับพันตัวที่เชื่องต่อมนุษย์ กลางดงต้นยางนาใหญ่ขนาด 12 คนโอบ สะพานไม้ไผ่ศึกษาธรรมชาติป่า ที่อยู่ของลิง ให้อาหารปลา ให้อาหารลิง พร้อมกับสัมผัสความร่มรื่นของป่าไม้ตามธรรมชาติ ของต้นยางนาขนาดใหญ่ยักข์ อายุกว่าร้อยปี ที่มีขนาดใหญ่ 12 คนโอบ

            โดยวันนี้ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน ได้จัดทำประชุมประชาคมของชุมชน ในการเปิดกู่แก้วสี่ทิศ อายุมากกว่า 500 ปี เป็นชุมชนการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ท่ามกลางฝูงลิงนับพันตัวที่เชื่องต่อมนุษย์ กลางดงต้นยางนาใหญ่ขนาด 12 คนโอบ สะพานไม้ไผ่ศึกษาธรรมชาติป่า ที่อยู่ของฝูงลิงนับพัน ในการพัฒนาดินแดนอารยธรรมชนเผ่าลาว ที่บรรพบุรุษได้พากันอพยพมาตามลำน้ำมูล ล่องเรือมาตามเสียงสะไน หรือ การเป่าเขาวัว ที่ถือเป็นเครื่องดนตรีของชนเผ่า ตามรอยพญากะตะศิลา ที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่แถบนี้ ท่ามกลางฝูงลิงที่อยู่อาศัยมากว่า 100 ปีเช่นกัน ซึ่งมี นายอำพล เข็มแก้ว พัฒนาการอำเภอราษีไศล นำชาวบ้านจัดทำเป็น นวัตวิถี เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งจำหน่ายสินค้าโอทอป ซึ่งมี นายชัชวาล จันทอก นายอำเภอราษีไศล เดินทางมาเป็นประธานในการเปิด และจัดการแสดงการขับร้องสรพันยะ การสาธิตการเป่าสะไน การจำหน่ายสินค้าชุมชน และศิลปินไหมไท หัวใจศิลป์เปิดการแสดง

 

 

 

 

ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้าน ได้เล่าประวัติของชนเผ่าลาวว่า กู่แก้วสีทิศนี้ มีประวัติที่ชาวบ้านรุ่นต่อรุ่นเล่าขานกันต่อๆ กันมา ทั้งในเรื่องของการก่อเกิดหมู่บ้านชนเผ่าลาว ผสมกับความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของกู่แก้วสีทิศ ที่จมอยู่ใต้บาดาลมานานกว่า 500 ปี เดิมเชื่อว่าเป็น ทุ่งยางหอม ดอนคะยอม เนื่องจากป่าแถบนี้เต็มไปด้วย ต้นยาง และต้นพะยอม ในเดือน 3 จะออกดอกส่งกลิ่นไปทั่วป่า และยังขุดพบกู่แก้วสี่ทิศ ในปีต่อๆ มา ที่เชื่อท้าวพระขรรค์ชัย สั่งให้ก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน เป็นปราสาท หรือ คนเผ่าลาว มักจะเรียกว่า กู่ หรือ ปราสาทขนาดเล็ก น่ารักๆ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญบรรณาการแก่ ขุนอัครวระเดช หาฤกษ์ พร้อมกับมีการเฉลิมฉลองในทุกวันขึ้น 3 ค่ำเดือน 3 ที่เชื่อว่าเป็นวันประตูเมืองเปิด บนพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ปกคลุมราว 600 -700 ไร่ ปัจจุบันคงเหลือเพียงราว 300 ไร่ และได้มีคำสั่งจากกรมศิลปากรห้ามขุดค้นหาสมบัติใดใดทั้งสิ้น เพราะเดิมมีผู้คนมาขุดค้น และพบโบราณวัตถุ ศาสตราวุธ หอกสามกษัตริย์ หม้อ ไหโบราณ ประคำ สร้อย แก้วแหวน เงิน อื่นๆ บางส่วนนำไปเก็บไว้ที่กรมศิลป์ บางส่วนยังเก็บไว้ที่วัดบ้านหว้าน และเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวนี้จะเป็นนครเมืองเก่าแก่ จึงได้ออกกฎห้ามทุกคนเข้ามาขุดค้น พร้อมกับชุมชนร่วมกันเฝ้ารักษาไว้ และวันนี้พร้อมในการเปิดให้เป็น ชุมชนการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อนำอารยธรรมโบราณ มาส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน ให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมเมืองกู่แก้วสีทิศโบราณของชุมชนคนบ้านหว้านแห่งนี้ต่อไป

 

 

 

 

ท่องเที่ยว